U-Maraj's profile.:lll:...@u...:lll:.PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    September 29

    53rd

    กี้สสส มีคนอ่านด้วยอะ ดีใจสุดๆเลยเหมี่ยว ลืมไปแล้วเนี่ยว่ามี space ห้าๆๆ ตอบคำถามเหมี่ยวก่อนพล่ามนะ
    อะแน่นอน เรื่องเที่ยวนี่เราไม่พลาดอยู่แล้ว ห้าๆ ไปเอาวันสุดท้าย(พุทธสถานอะนะ)

    ตอนแรกเราก็แพลนกันสวยๆเหมือนจะไป taj mahal แต่ทว่า อยู่ไกลกันคนหละมุมอินเดีย เลยพับโครงการไป เราเป็น หาด Goa แทน
    ไม่รู้เล่าไปยัง นานแล้ว ถ้าเล่าแล้วก็เล่าอีก เพื่อนๆก็อ่านซ้ำกันหน่อย ไม่เป็นไร
    พอดีมีหยุดยาวสามวัน เราและเดอะแก๊งก็ได้ไปเสาะหาที่เที่ยวมาได้มีนามว่า หาด GOA เป็น most famous beach in India แม่เจ้า มันจะสวยขนาดไหนกันเชียวฟระจากสายตาคนไทยแบบเรา
    แต่ทว่า ประเด็นแรกคือ ไปยังไงหว่า มีกันอยู่ 8คน จะนั่งรถทัวร์ไปหรือจะเหมาไปดี
    ทีนี้แถว dorm ที่พักก็จะมีร้านเนต(เนต 56 K...ไหนใครบอกมันเป็น IT HUB ฟระ) ร้านโชห่วย (ที่แปลว่าของดีไม่ขายๆแต่ของห่วยๆอะ)
    บริษัททัวร์ (อย่าๆ อย่าจินตนาการไปไกล ให้ imagine ภาพของห้องแถว เล็กๆมีสอง-สามชั้น เป็นพัดลม)
     
    พวกเราก็ไปเดินกะเหรี่ยงๆกันแถวนั้น เตร็ดไปเตร่มา ก็มีเจ๊คนนึงเป็นเจ้าของห้องบริษัททัวร์น่านแหละ มันก็บอกมันมีรถให้เหมาคัน คันใหญ่ นั่งได้สบ๊ายๆ8คน
    โน่นนั่นนี่ สนนราคาก็ไม่แย่เพราะเหมาเอา หรือถ้าเกินก็คิดเป็นกิโลๆไป เราก็เชื่อเนาะ เชื่อแขก
     
    ก็ตกลงไรเสร็จสรรพกลับบ้านนอนสบายใจ
     
    ตะด๊า มาถึงเย็นวันที่จะออกเดินทาง โอ้วววแม่เจ้า นี่หรือรถใหญ่ของมัน ที่มันบอกว่าเป็นรุ่น sumo รถยี่ห้อ TATA
    มันขนาดประมาณ CRV อะ แล้วให้เรานั่ง 8 คน ชิชะ ตัวไม่ได้เล็กนะ คิดสภาพตัวประมาณเราเงี้ย 4 คน อีก 4 คนตัวประมาณมี่กะเหมี่ยว
    นั่งรถคืนนึงอะ แต่ก็นะ ทำอะไรไม่ได้เพระมันก็ยืนยันว่านั่งได้ๆๆ สบายๆๆๆๆๆ ป่อยยยย เอาวะ โดนหลอกไป 1 ดอก
     
    แต่ยังงงงก่อน   อย่าคิดว่าจะได้เดินทางง่ายๆ ไม่ง่ายขนาดนั้น ด้วยจำนวนคนแล้วทำให้กระเป๋าพวกเราต้องระเห็จไปอยู่บนหลังคารถ แต่ทว่า
    ตาคนขับเค้าก็ทำให้นะ เอาไปวางเรียงๆๆๆๆซ้อนๆกัน เสร็จมันก็จะออกเลยเว้ยเฮ้ย เชือกเชิกก็ไม่รัด แล้วกระเป๋ามันจะไปถึงกะเราด้วยมั้ยเนี่ย
    แอบๆดูใหม่มันมีเชือกเหมือนกันนะ แต่ยาวฟุตนึงรัดใบบนสุดสองใบไว้ด้วยกัน โหยย logic ไหนวะเนี่ย อีกหกใบด้านล่างมันจะฟังคำสั่งของสองใบบนว่า
    เฮ้ยยย เกาะข้าไว้ๆเหรอไงอะ พอถามไป อีตาคนขับก็ฟังภาษาอังกฤษไม่ค่อยจะออกอีก พวกเราก็เลยวิ่งไปร้านโชห่วย ซื้อเชือกมาให้มันสองเส้น เหลืองกะแดง(หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเชือกมันจะไม่ทะเลาะกันเนาะ)
    ก็รัดๆเสร็จคราวนี้ถึงเวลา เรียงตัวขึ้นบนรถ เพราะมันง่ายที่ไหนอะ หน้า 1 คน ตอนกลาง 3คน และหลังสุด 4 คน (อีตอนหลังนี่ทอร่า(มาน)ได้อีกอะ) ให้นึกถึงรถกระป๊อแถวมหาลัยเราไว้ หรือรถสองแถวก็ได้อะ นั่งหันหน้าชนกันอะ
     
    ก็เลยตกลงกันว่าจะผลัดเปลี่ยนเวียนที่นั่งเอาตอนแวะเติมน้ำมันไรงี้
    ระหว่างทางเราไม่บรรยายอะไรมาก เอาประโยคเดียวสั้นๆ....คนขับหลับในหว่ะ ไม่รู้จะขำหรือจะร้องไห้ดีงานนี้ตรู
    ทางไปก็เป็นเขาๆ เหวๆ แคบๆ วิ่งสวนกันสองเลนงี้ พระพุทธเจ้าค่า อุมารัจน์ยังไม่มีแม้แต่แควน อย่าเพิ่งเอาหนูไปเลย
    แต่ระหว่างทางจะมีเพื่อนกระเทยคนนึงคอยกรี๊ดปลุกคนขับตลอดเวลา เพื่อนอีคนที่นั่งหน้าก็ทำหน้าทีได้ดีมากโดยการหลับมันด้วยเลย
    พอมันตื่นมันก็คอยๆตบแขนคนขับ อีนี่ยู ตื่นๆๆๆๆ
     
    ตัดตอนมาเป็นตอนที่ไปถึงเลยเนาะ ทะเลๆๆๆๆๆๆกี้สๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ หลังชีวิตอันรันทดในเมือง pune ตอนเทรนนิ่งแล้ว เราก็ได้มาทะเล
    แต่ ไม่มีใครเล่นทะเลนะ เพราะพอไปถึงภาพที่เห็น ทำให้เราประทับใจจนไม่รู้ลืมกับชุดเล่นทะเลคนอินเดีย
    เว้ยเฮ้ยยยยยยยยย แม่เจ้า ญ ใส่ส่าหรี ชายใส่ ยีนส์ขายาวกะเชิ้ต dress code ลงทะเลของแขกนี่มันกล้วยทอดมากหวะ แล้วใคร๊จะไปกล้าลง
    พวกแกลองนึกภาพตามนะ ลงไปเล่นๆๆๆ กัน เสร็จ แอร๊ยยยยย อะไรเกาะขาตรูอะ แป่ววววว ปลายส่าหรีของแม่นางนี่เอง เลยสรุปว่าตรูเล่นทรายดีก่า 555
    ในหาดทรายบ้านเรามีปูลมชิมิ อินเดียมีแมลง อะไรไม่รู้หวะ คล้ายๆ mini แมงดา พวกเราก็จับกันมาใส่ขวดไว้ เอากลับไปดู ...เพื่ออะไรไม่รู้ บาปได้อีก เพราะรุ่งขึ้นมันเด๊ดสะมอเร่ อะ เหอะๆ
     
    แต่ที่ชอบที่สุดของการไปเที่ยวครั้งนี้คือ คือ คือ อะไร เพื่อนๆเดาดิ๊ หน้าแบบเรา หุ่นแบบเรา ประทับใจกะอะไรมากสุด
     
    เฉลย ของกิน 555555555555
    เมืองนี้มันเหมือนเมืองท่องเที่ยวเพราะงั้นมันมีเนื้อสัตว์ ซู้ดยอดมาก ได้กินเสต้ก ฝรั่งเศสทอดๆ เบอเกอร์ ไส้กรอก ฟินนาเล่ มั่กมากอะ อาหารประทับใจจ็อจ หลังจากทนกินมังสวิรัตอินเดียกะข้าวไข่เจียวมาเกือบเดือน
    แล้วก็ไปเที่ยวโบสถ์ ถ่ายรูป อะไรเงี้ย ไม่มีไรมากมาย ถ่ายรูปๆๆๆ กินๆๆ อาบแดด กินลมทะเลไรงี้
     
    วันนี้เท่านี้ก่อน หัวเริ่มตัน หรืออีกนัยนึง หิวข้าวเที่ยง 555
     
    July 05

    52nd

    หายไปนาน ไม่รุ้จะมีใครมาอ่านอะไรอีกรึเปล่า อิอิ ที่ทำงานใหม่ห้ามเล่นอะไรพวกนี้ ซึ่งก้อดี มากเรื่องมากความ เล่นมากก้อจะโดนโรคจิตประทุสร้าย ออนไลน์ Happy belated 4th of July ละกันทู้กๆคน
    September 11

    51st

    เพื่อนๆเคยเจอมั้ย กับเหตุการณ์ที่อยู่ดีๆก็มีคนมามึนตึงใส่โดยไม่รู้ตัว แล้วการที่เราไม่รู้สาเหตุ เก็บมาคิดมาถามตัวเองแต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่รู้ และเมื่อเราไม่สบายใจ ปรึกษาครอบครัว ทีนี้ด้วยความที่แม่พาเครียดด้วยก็ดันโทรไปถามเพื่อนอีกคน ว่าที่เราไม่สบายใจพอจะรู้มั้ยว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่ทีนี้เรื่องมันบานปลายใหญ่โต กลับกลายเป็นว่าคนที่แต่แรกก็มึนตึงกะเราอยู่แล้วเข้าใจเราผิดกันไปใหญ่ เราไม่เคยไปโทษเค้าเราแค่ไม่เข้าใจว่าเค้าเป็นอะไร พอเราถามเค้าๆกลับบอกให้เรามาถามตัวเองว่าไปเราทำอะไรกับใครไว้ อ้าว กลายเป็นอย่างงั้นไป สถานการณ์ เหตุการแบบนี้มันอึดอัดนะ เมื่อพยายามจะอธิบายอะไรไปแต่อีกฝ่ายไม่ฟังยังคงยึดติดกับความคิดที่ว่า เราไปโทษเค้า สาบานได้เลยว่าไม่เคยคิดแบบนั้น แต่เราไม่รู้ว่าการที่สื่อสารกันหลายๆฝ่ายมันก่อให้เกิดความไม่เข้าใจ คำพูดอาจบิดเบือนหรือทำให้เข้าใจไปอีกทางนึง เราเคยรู้สึกนะว่าการอธิบายหรือพูดกันตรงๆมันน่าจะดีขึ้น แต่ทว่าการพยายามยื่งดูไม่เป็นผล เราไปอ่านเจอเค้าบอกว่า " Never explain yourself to any one... because the person who likes you doesn't need it, and the person who dislikes you won't believe it." พอมาเจอเข้ากับตัวก็เลยรู้สึกว่ามันเป็นแบบนั้นจริงๆด้วยสินะ บางทีถ้าคนเราไม่มีความรู้สึกเลยก็ดีสินะ จะได้ไม่ต้องมารู้สึกอะไรแบบนี้ มันอึดอัดมากๆเลยแฮะ ก็ได้แต่หวังว่าซักวันนึงอะไรๆมันน่าจะดีขึ้น
    May 30

    50th

    มาแล้ว หลังจากหายไปนานนม ไม่ได้อัพนานม๊ากมาก มีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมาย ทั้งดีไม่ดี แต่ส่วนมากมักจะเป็นอย่างหลังแฮะ *_* เซงจิต หลังจากที่กลับมาจากอินเดียได้สิริเวลาประมาณ 2 เดือนแล้นนั้น กว่างานจะลงตัว เอ...ตอนนี้ก้อดูเหมือนจะยังไม่ค่อยลงตัวแต่ก้อดีกว่าตอนแรกหละฟระ ณ บัดนาว เราก็ยังคงมิมีคอมพิวเตอร์(ของที่ทำงาน)ส่วนตัว ก็ยังคงต่อคิวกันใช้ บ้างก็แบกมาเอง เพื่องานเพื่อเงินเพื่ออนาคตและจะเพื่ออะไรก็สุดแล้วแต่เวรแต่กรรม มะวานนี้เองที่เราจมปลักอยู่กะความเครียด...เครียดกะความผิดของตัวเอง...เหอๆ เอาเป็นว่ามันผ่านไปแล้วและเราแก้ไขอะไรมันไม่ได้ เคลียร์แล้วก็จบกันไป นะคับพี่น้องคับ สู้กลับมาตั้งใจทำงานดีก่า งานที่ยังลุ่มๆดอนๆของเรา เอิ้กๆ เออมะวานที่ออฟฟิศที่ central world ไฟไหม้ด้วยแหละ เหตุเกิดจากอะไรมิอาจทราบได้รุ้แต่ควันโขมงเชียว วันนี้แว่วๆจากเพื่อนที่ไปที่นั่นอีกว่ามีคนตกตึก อะไรกันเนี่ยยยย อ่อลืมบอกไปวันนี้มาออกไซต์ลูกค้าที่ถนนตก...ถนนอะตกส่วนเราอะดวงตก  กั่กๆๆ  บ่นอีกละ บ่นไรเยอะแยะฟระเนี่ยตรู ม่ายเป็นไรๆ ฮึดสู้ๆเด๋วอะไรๆมันก็ดีขึ้นเอง เราคิดว่างั้นนะ
     
    ณ จุดนี้มาเม้วให้เพื่อนๆฟังที่เราไปอินเดียมาดีก่า เอิ้กๆ เราไปมาประมาณเกือบ 2 เดือนนะไปเมือง pune(ปูเน่)อยู่ใกล้ๆกะมุมไบ อินเดียอย่างแรกที่จะบอกคือ ไม่ไปไม่รุ้ จิงๆนะจ้ะ สร้างความประทับใจแต่แรกด้วยสายการบิน indian airlines ด้วยเบาะที่พนักพิงเอนลงด้วยตัวเอง ภาษาชาวบ้านเรียกเจ๊งอะค่า อยู่ๆมันก็เอนลงปายเอง ให้แอร์มาว่าเล่นซะงั้น เหอะๆ อาหารมื้อแรกในเครื่องที่เจอ อุ๊ย แอบดูดี อารมณ์ข้าวหมกไก่ คิดในใจไปอยู่โน่นรอดแล้วๆ แต่ทว่ามันดูดีเพียงบนเครื่องเท่านั้นเองหงะ ฮือๆ พอลงมุมไบปุ๊บเราก้อนั่งรถบัสที่ไม่มีแอร์ปุเรงๆไปค้างคืนที่ รร.3ดาว ที่มีอาหารเช้าที่แอบน่ากัว เหอๆ จากนั้นเราก้อนั่งรถคันเดิมอะ เพื่อซึมซับบรรยากาศ ประมาณ 5 ชั่วโมง ฟังเสียงแตรรถที่เค้านิยมบีบกันแทบทุกๆ 3 วินาที ไม่รุ้บีบทำติ่งไรหงะ ทักทายมั้ง ฮาโหล บี๊บๆ ไรงี้ เหอะๆ พอไปถึงเราก้อหลงวนกันในปูเน่อีกประมาณ ชั่วโมงนึงเอง นิดเดียวจิงๆ เหอะๆ พี่คนขับแกคงหวังให้เราดูรอบๆเมืองก่อนอะ และแล้วเราก้อถึงตึกบริษัท เย้ๆ เพื่อรอเค้าพาไปที่พักที่เค้าบอกว่ามัน fully furnished อะ ฟูลลี่ เฟอนิชของอินเดีประกอบไปด้วย โต๊ะ เก้าอี้ เตียงไม้บางๆ 555 เปนไงเราบอกแล้ว อินเดียไม่ไปไม่รุ้ ยู้ฮู กะออพชั่นเสริมเช่น แอร์ ตู้เย็น เนต โทรศัพท์ ทั้งหมดนี้ ม่ายมีเลยค่า อ่อ มี TV ให้นะค้าแต่ไม่มีสายค่า เอามาตั้งโชว์คร่า เหอะๆ หลังอยู่กันไปเดือนนึง เราถึงได้ดู TV มีตู้เย็น และโทร.มาใช้กันนะค้า เหอๆ ส่วนเนตนั้นเราก้อเดินออกไปใช้บริการเนตคาเฟ่ด้วยอัตราชั่วโมงละ 15-20 รูปีหงะ SURVIVOR มะ หุๆ อะมาเม้วเรื่องอาหาร อาหารนั้นส่วนมากเป็น veg เพระคนที่นี่ประมาณ 90 %เป็น veg อะ เนิ้อสัตว์ที่หาได้ง่ายสุดแล้วคือไก่ ซึ่งรับประกันความสดเวลาซื้อด้วยการเชือดให้เห็นกันสดๆ เวลาเทรนงานนั้นเราต้องกินข้าวเที่ยงในบริษัทซึ่งก้อเป็นอาหารแขกและเป็น veg ด้วย แรกๆพวกเราก้อรับไม่ได้ก้อพากันไปกิน sandwich ไก่ที่มีบูธตั้งขายอยู่ กินกันไปได้2อาทิตย์เริ่มรุ้สึกว่าหน้าเป็น 3เหลี่ยมเลยทดลองอาหารแขกเป็นถาดๆดู เช่น แกงกะหรี่ไข่ต้ม ผักชุบแป้งทอดราดซอส นี่เป็นเพียง2อย่างเท่านั้นที่พวกเราพอกินกันได้ นอกนั้นอาหารประเภทอื่นดูจากหน้าตาแล้วกระเดือกไม่ลงจิงๆอะเหมือนอวก เหมือนแกงส้มปั่น อะไรประมาณนั้น อ่อมีอีกอย่างที่กินได้คือ ข้าวไข่เจียว โฮะๆๆ ของอร่อยก็มีนะตามร้านอาหารอะ เค้าเรียกว่า chicken tandoori เป็นไก่อบในโอ่งหงะ หร่อยดี กะพวกโรตี นาน สารพัดแผ่นแป้งเค้าอะไว้กินกะแกงกะหรี่ จบเรื่องกินมาเป็นเรื่องโกง ไว้มาเขียนต่อคราหน้าเน่อ มะงั้นยาวเว่อ อิอิ จุ้บๆ คิดถึงเพื่อนๆทู้กคนนะจ้ะ
    March 28

    49th

    AT LAST I'M HOME !!! AFTER A WHILE (BIG WHILE) SPENT IN PUNE, INDIA DOING MY TECHNICAL / BEHAVIORAL JOB TRAINING .... AFTER SUFFERING FROM INDIAN FOODS AND ALL THAT JAZZ 5555 FINALLY...AM BACK WHOOPIEEEE.... WILL WRITE MORE LATER WHEN I HAVE A MOOD TO :P
    January 06

    48th

    Happy New Year 2007!!!
     
     
    Quote from HM the King's New Year Card (1997)
     
    คิดก่อนพูด
    พูดแล้วทำ
    ทำหลังคิด
    คิดก่อนทำ
    ทำแล้วพูด
    พูดหลังคิด
     
    ... Best Wishes ...
     
    December 13

    47th

    My  Graduation  Schedule
     
     
    Photo Taking @ Abac (Bangna Campus)
    Date: January 13, 2007
    Time: 8 a.m. onwards
     
     
    Graduation Ceremony @ Queen Sirikit Center
    Date : January 20, 2007
    Time: 1 p.m. (13:00 hours) onwards
     
     
    p.s. สะดวกที่ไหนไปที่นั่นนะจ้ะ แต่ขอให้ไปซักที่นะ อิอิ เวลาที่ลงคือเวลาที่ออกจากหอประชุมแล้วด้วย มาไม่ได้ขอให้บอกไม่งั้นเคืองอะ อะ :P
    มีไรไม่เข้าจัยโทรมาได้ 08-666-8-0009
     
     
     
    November 13

    46th

    วันนี้นึกครึ้มอยากเขียนอะไรซักหน่อยหลังจากที่แอบหลับไปประมาณ 10นาที ที่โต๊ะทำงาน :P อิอิ ก้อมันง่วงอะ จะให้ทำไง อีกสามวันเราก็ไม่ได้ทำงานที่นี่แล้ว เพระอะไรหนะเหรอ ก้อเพระเราไม่เซนสัญญาอะดิ แหะๆ เงินเดือนข้าพเจ้าเดือนแรกก้อยังไม่ออกเลย เค้าจนกรอบแล้วนะ ฮือออ เอาหละ พิมพ์ไรต่อดีหว่า.. อ่อ มีทติ้งกะเพื่อนๆ CP ที่ผ่านมาสนุกสนานมากมาย คนอื่นจะหนุกด้วยเป่าไม่รุ้อะแต่เราดีใจที่ได้เจอเพื่อนๆ แล้วก้อต้องขอบคุณที่มานั่งฟังเราบ่นเรื่องเคียดๆตั้งนานนม แหะๆ ขอโต้ดนะเค้าขี้บ่นมากไปหน่อยช่วงนี้ *มากก่าปรกติ o_oเอิ๊กแสดงว่ามากๆ อิอิ * ได้ไปงานลอยกระทงที่จุฬาเป็นครั้งแรกในชีวิต ไปงานลอยแต่ไม่ลอยซะงั้น ไปเล่นบิงโกกะเดินกินหนม หงุบหงับเรื่อยเปื่อย จากนั้นก็ตะล๊อกต๊อกแต๊กไปสามย่านไปกิน dimsum แต่ทามมายบริการมันเห่ยจังหว่า เหอๆ อุตส่ามองโลกในแง่ดีว่ามันเปนงานเทศกาลแต่ทว่าพี่โก๋ confirmed ว่าแย่แต่ไหนแต่ไรละ =_=" แป่ววว อ่อ ศุกร์ที่ผ่านมาไปสอบ aptitude test ที่บริษัท อินเดียตรงแถว central world มา เค้าว่ามันง่าย เด็กอินเดียทำแค่ชั่วโมงเดียว แต่ไหงเด็กไทย *เรากะเพื่อนเราอีกหนึ่งกลุ่มก้อนใหญ่*ทำกันสามชั่วโมงไม่เสดหงะ นี่แสดงให้เหนว่าเรามีศักยภาพนะเนี่ย อิอิ คิดซะว่าหลักสูตรเราไม่แน่นพอละกันเนาะ หุๆ เราไม่ได้โง่กันน้า เพราะบ่นกันทุกคนเรย เหอๆ แต่สอบครั้งนี้ดีนะ ทำให้เราได้เจอเพื่อนๆ IT friends ที่ไม่ได้เจอมาเป็นปี เพื่อนๆยังน่าร้ากทู้กคนเลย จุ้บๆ ^3^ อ่อ เพื่อนๆที่มหาลัยอย่าน้อยใจไป เราไม่ลืมหรอกน่า เชื่อเสะ คนที่ยังไม่จบก้อขอให้สู้ๆนะ โปรเจคอะ มันส์ๆขำๆชิลๆ มันยากเรารุ้ซึ้งดีทีเดียวแต่มันไม่ยากเกินที่พวกเราจะทำได้หรอก ส่วนพวกที่จบแล้ว งานหนักเหนื่อยดีชะมัดว่ามะ งานไม่เท่าไหร่เดินทางนี่กินกะลังกายไปหลายโข ส่วนพวกที่หางานอยู่ก้อสู้ต่อไป เด็กเอแบคเครดิตดีก่าคนอื่นเชื่อเราเดะ ถ้าบริษัทที่ไปสมัครเค้าไม่อารมชมพูๆหรือสีอื่นๆอะนะ อิอิ เป็นตัวของตัวเองอะเวลาสัมพาดจะได้ไม่ประหม่าคอยเก็กท่า ยิ่งเกร็งกันไปใหญ่ เราเองก็สอบตกมาหลายที่แต่ที่ๆชอบเราก้อหลายที่ ด้วยความตรงๆของเราเนี่ยแหละ แหะๆ เอาเป็นว่าพล่ามมาเยอะแล้วเด๋วไปทำข่าวต่อดีกว่า ข่าวการเมืองสุดที่เลิฟ แหะๆ เสแสร้งไปนี้สตามอารมคนข่าวนะจ้ะ รักทู้กคนนะไว้มาอัพเรื่อยๆ จุ้บๆ
     
    September 27

    45th

    หลังจากห่างหายกะการอัพ space ไปนานมาก วันนี้อารมณ์ดีก้อเลยมาเม้าซะหน่อย จะมีคัยเข้ามาอ่านเป่าหว่า อิอิ วันนี้มีสิ่งดีๆเกิดขึ้นหลายอย่าง อย่างแรกเลย เราได้งานประจำทำแล้ว เย้ๆๆ อิอิ รายละเอียดนี่ต้องคนในวงในนะจ้ะถึงรุ้ 555 ลับเฉพาะคนรุ้ใจเท่านั้น อิอิ ส่วนเรื่องสอบ final ยังไม่ได้อ่านเหมือนเคย ไม้แก่ดัดยาก เหอๆ สอบพรุ่งนี้ยังไม่ได้แตะเลยมัวแต่วิ่งเรื่องงาน แรดๆตะลอนทัวร์ สัมภาษณ์จิ๊จ๊ะๆไปเรื่อยๆ เรื่องสอบไม่ได้อยู่ในหัวเลยซักนิด เทอมสุดท้ายแล้วกลายเป็นม้าตีนต้นซะงั้นหนะ ชิวิตแฮปปี้ดีพร้อม แต่ตอนนี้คิดถึงเพื่อนๆจังเลย แต่หละคนเป็นยังไงกันบ้างน้อ ส่งข่าวกันบ้างนะจ้ะ จุ้บๆ รักและคิดถึงทู้กคนเสมอ ไว้นัดเจอกันนะ บั๊บบาย
     
    อ่อนอกเรื่องจากวันนี้จะมาขอบคุณเพื่อนๆ cp นะจ้ะกับ surprise วันเกิดและเลี้ยงส่งสมชายไปในตัว แม้น้องหนูจะบ๊องๆบวมๆจนหลุดปากออกมา (เหมือนเคย) ขอบใจทุกคนมากๆนะน่าร้ากที่สุดเลย แล้วก็เพื่อนๆทุกๆคนที่จำวันเกิดเราได้ ขอบคุณมาก คนที่จำไม่ได้ก็ขอบคุณอยู่ดีที่เป็นเพื่อนกะเรานะ ของขวัญปีนี้ได้แต่เค้กๆๆ อิอิ กัวเราไม่อ้วนเหรองายอะ ทุกวันนี้เราก้อน้องๆช้างแล้วนะ ว่าแต่ถึงไม่ซื้อเค้กให้เราๆก้อซือ้กินเองอยู่ดีนี่หว่าแล้วจะบ่นทำติ่งไรไม่รุ้เนอะ ปันยาอ่อนหวะ อิอิ ไปละอยุ่นานเด๋วเชื้อบ้าติดเพื่อน บายๆ รอบไฟนอล อิอิ
    August 28

    44th

    ตำแหน่งที่ 1 : สภาวะที่เป็นอยู่ของคุณ

    7 of Swords : คุณมีอะไรบางอย่างที่แอบซ่อนอยู่ในจิตใจโดยไม่ยอมบอกให้ใครได้รู้ มันอาจเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยสู้ดีนัก รวมถึงทั้งการลักลอบหรือทำงานที่ผิดกฎหมายอีกด้วย หรืออีกนัยหนึ่งให้ระวังสิ่งของมีค่าของคุณจะถูกขโมย

    ตำแหน่งที่ 2 : สภาวะแวดล้อม

    Knight of Swords : ตัวอุปสรรคกำลังวิ่งมาหาคุณ มันอาจไม่ใช่อุปสรรคที่หนักหนาสาหัสนัก แต่มันก็นำเอาความวุ่นวายใจมาสู่คุณได้เมหือนกัน หรืออีกนัยหนึ่งก็คือคุณกำลังจะได้พบศัตรู คู่แข่ง ที่คุณดูแคลนไม่ได้เป็นอันขาด

    ตำแหน่งที่ 3 : สิ่งที่ตั้งใจมุ่งหวัง

    King of Wand : คุณกำลังจะได้พบกับบุคคลที่มีความฉลาด แคล่วคล่อง และเก่งในเรื่องการงาน เขาอาจจะให้คำแนะนำปรึกษาแก่คุณได้เท่าที่คุณต้องการ อีกนัยหนึ่งก็คือหน้าที่การงานของคุณกำลังไปได้ด้วยดี

    ตำแหน่งที่ 4 : พื้นฐานรองรับชีวิต

    Queen of Cups : สตรี ผู้อ่อนหวาน จิตใจดี เหมาะแก่การเป็นแม่บ้าน แม่ศรีเรือน กำลังก้าวเข้ามามีบทบาทในชีวิตคุณ อาจจะหมายถึงการมาถึงของความรักและเนื้อคู่ก็เป็นได้

    ตำแหน่งที่ 5 : อดีตที่เพิ่งผ่านมา

    The Fool : การมองโลกในแง่ดีเกินไปอาจจะทำให้คุณขาดความระมัดระวัง จงใช้ความรอบคอบให้มากกว่านี้ อีกนัยหนึ่งอาจหมายถึงการเดินทางที่เต็มไปด้วยความสนุกสนาน

    ตำแหน่งที่ 6 : เหตุการณ์ในอนาคต

    Knight of Pentacles : คุณกำลังมีความคิดที่จะลงทุนทำ หรือกู้เงิน เพื่อนำมาทำอะไรสักอย่าง แต่คุณกำลังคิดพิจารณาถึงความเป็นไปได้อยู่ อย่างไรก็ตามให้ดูไพ่แวดล้อมเพื่อนำมาพิจารณาร่วมด้วยว่าควรลงทุนหรือไม่ หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ มีชายหนุ่มที่กำลังนำโชคลาภ เกี่ยวกับการเงินมาสู่คุร

    ตำแหน่งที่ 7 : สิ่งที่เป็นปัญหาของคุณ

    Ace of Cups : ถ้าคุณกำลังมีความรักล่ะก็ไพ่ใบนี้บ่งบอกถึงความสุข สมหวังในความรัก แต่ถ้าคุณยังไม่มี คุณอาจจะได้สัมผัสกับรักแรกพบก็เป็นได้

    ตำแหน่งที่ 8 : สิ่งที่ช่วยส่งเสริมจากคนรอบข้าง

    Queen of Swords : อุปสรรค หรือปัญหาที่คุณกำลังจะเผชิญ จะมาจากสตรีที่มีอำนาจเหนือคุณ หรืออีกนัยหนึ่งคืออุปสรรค ปัญหาต่างๆ คุณจะต้องต่อสู้ดิ้นรนด้วยตัวคุณเองเท่านั้น

    ตำแหน่งที่ 9 : ความคิดภายในใจ

    9 of Pentacles : ฐานะทางการเงินของคุณในขณะนี้เรียกได้ว่าเข้าขั้นเศรษฐีย่อยๆเลยทีเดียว เป็นช่วงจังหวะขาขึ้นทางการเงินของคุณเอง หรือคุณอาจกำลังมีโชคก้อนใหญ่ที่คุณคาดไม่ถึงเลยทีเดียว

    ตำแหน่งที่ 10 : บทสรุป

    6 of Wand : สิ่งที่คุณลงมือลงแรงไปนั้นไม่เสียเปล่าอย่างแน่นอน ถึงแม้ว่ามันอาจจะไม่รวดเร็วดั่งใจ แต่อย่างไรก็ตามมันก็ประสบกับความสำเร็จด้วยดี ดังภาพที่ปรากฏในไพ่ใบนี้คือการกลับมาของชายหนุ่มกับช่อมะกอกแห่งชัยชนะ

     

    July 22

    43th

    <<เก็บตกจาก inbox>>

    ทำไม ต้องสวมแหวน แต่งงานที่ นิ้วนาง ด้วย ?

    ไม่ใช่แค่เพราะเราเรียกมันว่า ring finger แน่ๆ มันต้องมี ความหมายมากกว่านั้น
    ทดลองพิสูจน์ความมหัศจรรย์ด้วยตัวเอง
    ลอง แบมือ 2 ข้าง เข้าหากัน แล้ว งอ นิ้วกลางลง เอา หลังนิ้วกลาง
    ทั้ง 2 ข้าง มาชนกัน ทีนี้นิ้วที่เหลือ ก็คือ โป้ง/ ชี้/นาง/ ก้อย
    ให้เอาปลายนิ้วมาชนกัน ลอง ปล่อยนิ้วที่เอาปลายชนกัน ให้ออกจากกัน
    ทีละนิ้ว โดยที่ นิ้วกลางยังคงงอ แตะกันอยู่
    จะพบว่า นิ้วชี้ ก็ปล่อยจากกันได้ / นิ้วโป้งก็ปล่อยจากกันได้/
    นิ้วก้อย ก็ ปล่อยจากกันได้ อย่างสบายๆ แต่นิ้ว นาง กลับ ปล่อย
    ออกจากกันไม่ได้ นั่นเป็นเพราะ

    • นิ้วกลาง แทน ตัวเราเอง
    • นิ้วโป้ง แทน พ่อแม่ ซึ่งวันหนึ่งท่านก็ต้องจากเราไป
    • นิ้วชี้ แทน พี่น้อง ซึ่งเขาก็ต้องไปมีชีวิตของเขาเอง
    • นิ้วก้อย แทน ลูก พอโตขึ้น ลูกก็ต้องไปมีชีวิตของตัวเอง /
      มีสังคม ,ครอบครัวของตัวเอง
    • นิ้วนาง แทน "คู่ชีวิต" ทีนี้ก็เหลือแค่ " คู่ชีวิต" แล้วล่ะ
      ที่จะอยู่กับ เราไปจนแก่ TIL DEATH DO US PART
    July 02

    42nd

    เมื่อวานไปทัวร์ไหว้พระ 9 วัดที่เพชรบุรีกะแม่มา เหนื่อยดีจิง แต่ก้อสนุกดี ออกเดินทางตั้งแต่ 7 โมงเช้า ไปถึงวัดแรกก้อประมาน 9 โมงนิดๆ เจอพี่ที่ฝึกงานด้วย โลกช่างกลมจิงๆ :) ทัวร์ที่นี่เค้าเตรียมพร้อมดีมาก ลงไปปุ๊บก้อแจกธูปจุดแล้วเรียบร้อยให้พวกเรากอ้เดินไปอฐิษฐานแล้วก้อปัก ควันธูปโขมงเลยเพราะคนเป็นร้อย  อิอิ น้ำตาไหลพรากๆ เป็นอย่างงี้ไปเรื่อยๆจนถึงวัดที่ 9 แล้วก็แวะเพชรบุรีอารมณ์แม่กิมลั้ง ทานข้าวเย็นกะซื้อหนมของฝาก กว่าจะถึงกรุงเทพ สี่ทุ่มนิดๆ นั่งรถตูดบานเลย เหอะๆ ฝนก้อตกแถม taxi ยังไม่ค่อยจะรับยืนรอ taxi อีก 20 นาที และแล้วคันที่ใจดีที่สุดก้อจอด คนขับเป็นผู้หญิงด้วยอะ ตื่นเต้น นั่ง taxi มาหลายครั้งเพิ่งเจอคนขับเป็นผู้หญิง :) สรุปมะวานอิ่มบุญกันถ้วนหน้า ยังไงก้อเอาบุญมาฝากเพื่อนๆด้วยละกันนะจ้ะ หายๆกันไปเลยทำงานกันหมด เฮ้ออ เปี่ยว อิอิ
    June 11

    41th

    เมื่อวานไปมีทติ้งกะเพื่อนๆ Cedar Point มา คุยมันตั้งแต่บ่ายสามยันสี่ทุ่ม 555 ให้สมกับที่ไม่ได้เจอกันนานมาก นัดกันคราวนี้เวลามั่วมากๆ ไหนใครเป็นตัวการบอกว่านัดบ่ายสามเนี่ยยยย ไม่มีคัยยอมรับซักคน สงสัยต้องไปคุ้ยประวัติการ chat หาตัวการซะแล้ว ก้อยังดีที่มีเหยือ่มาบ่ายสามตั้ง 4 คน :) เป็นเหมือนวันฉลองการกิน พวกเรากินถวายในหลวง ฮ่าๆๆ กินๆๆทั้งวันเลย อะไรกันนักหนาก็ไม่รู้ กินสลับกับคุย คุยไปคุยมา เริ่มลงต่ำเรื่อยๆไหลไปใต้สะดือซะงั้น ไม่ได้อายชาวบ้านชาวช่องซะเล้ยย แบบว่าดังลั่นร้าน pizza เรย แต่ไงๆมีทติ้งกะกลุ่มนี้ทีไรก้อสนุกทุกที เพื่อนๆทุกคนน่ารักจังเลย :) มีรูปให้ดูด้วยนี้สสนึง ดูดมาจากนายซี ไงก้อขอบคุณคุณซีสำหรับการแบกกล้อง hi so ของแกไปนะจ้ะ ชั้นรู้แกชอบถ่ายรูป ไม่ชอบก็ต้องชอบ อิอิ แล้วก็ขอบคุณทุกๆคนที่มาด้วย ดีใจมากๆที่ได้เจอนะ สรุปเมื่อวานการไปสยามพาราก้อนครั้งแรกของเราจบลงที่ร้านอาหารๆๆๆๆและร้านอาหาร 55555 ไว้จะมาอัพใหม่เมื่อมีเรื่องอยากแบ่งปันนะจ้ะ บ๊ายบาย
    May 19

    40th

     และแล้วระยะเวลาการฝึกงาน ณ United States Agency for International Development ก็ได้สิ้นสุดลง รู้สึกใจหายเหมือนกัน เพราะพี่ๆที่แผนกก็ดี nice มาก เพื่อนๆที่ร่วมหัวจมท้ายมาด้วยกันก็น่ารัก เม้ากันเมามันส์ อิอิ ฝึกงานที่นี่ดีทู้กอย่าง เสียอย่างเดียวอะ ไม่ได้ตังค์ เหอะๆ แต่ก็นับเป็นประสบการณ์ที่คุ้มค่า ทำให้เราเข้าใจวิถีชีวิตมนุษย์เงินเดือนที่ต้องทำงาน เข้า 8 โมง เลิก 5 โมง นั่งทั้งรถไฟฟ้า รถเมล์ แท๊กซี่ เรือ สองแถว มอเตอร์ไซค์ เรียกได้ว่างานเดียวครบสูตรเลย ส่วนเรื่องของตัวงานทำหน้าที่ IT Support/Helpdesk ทำให้ได้รู้ว่าแม้ว่าเราจะรู้สึกต่ำต้อยแค่ไหนเวลาเทียบกับเพื่อนๆที่ HISO ในคณะพอออกมาทำงานมันทำให้รู้ว่าอย่างน้อยเราก็มีดี 555 แม้ความรู้ด้าน IT จะเทียบเท่าหางอึ่งก็ตาม และมันก็ทำให้เราได้เรียนรู้ว่าตัวเราเองยังต้องเรียนรู้อีกเยอะ เรียนรู้ที่จะ deal กับอารมณ์ทั้งของตัวเองและคนอื่นๆ มีทั้งคนที่ดีและไม่ดีในองกรณ์ ทั้งเรื่องมากมากเรื่อง ทั้งฉลาดน้อยก็มี แต่เราว่าเค้าก็คงจะฉลาดในเรื่องที่เราไม่ฉลาดอะแหละ เหอะๆ สรุปแล้วก็รู้สึกดีอะแหละที่ได้ไปฝึกงานที่นั่น ทำให้ปิดเทอมนี้ได้ใช้เวลาให้เป็นประโยชณ์ไม่ปล่อยเวลาให้ผ่านไปเปล่าๆปลี้ๆ ว่าแต่เพื่อนๆหละเป็นยังไงกันบ้างปิดเทอม ส่งข่าวกันมั่งนะจ้ะ จุ๊บๆ
    April 17

    39th

    * สุขสันต์วันสงกรานต์ย้อนหลังจ้า ทู้กคน
     
    * สุขสันต์วันเกิดกะน้องสาวตัวผอม //เจ้าอ๋อม// ขอให้มีความสุขม๊ากมาก อายุ 15 ปี
       โอ๊ะโอวได้เวลาทำ   บัตรแล้วสิ อิอิ
     
    * สุขสันต์ (รึเปล่าหว่า)กะ Senior Project ของตัวเอง ที่ยังต้องรอลุ้นคะแนนอีก =_=
       แต่อย่างน้อยพวกเราก้อได้เว้นวรรคซักครู่จาก vb.net ที่แสนจะหวานอมขมกลืน
     
    * แสบทรวงกะคนๆนึงที่รับปากซะดิบดีว่าจะช่วย เรารึก้อรอด้วยความหวังเต็มเปี่ยม
      // ก้อเค้าบอกจะช่วยนี่// แต่แล้วไม่ช่วยค่า ทำไมไม่บอกแต่แรกหละฟระ เราไม่ได้บังคับซักหน่อย      
      ไอ้ตรูด นายทำได้แสบสันต์มาก ไม่น่าจีบสาวไม่ติด ก็เพระานิสัยแบบนี้อะ อะโด่
     
    * และแล้วพรุ่งนี้เราก็จะได้กลับไปฝึกงานซักกะที โฮะๆๆ หวังว่าอะไรๆมันจะดีขึ้น
     

    --------------------------สู้เว้ย-------------------------------
    April 03

    38th

    เครียด
    ...
    หากเราไม่ช่วยตัวเอง
    ...
    ใครหละจะช่วย
    ...
    เราไปทำเวรกรรมอะไรไว้นักหนาเนี่ย
    ...
    บ่นๆๆๆๆๆๆๆ
    March 19

    37th

     
    เมื่อวานซืน(17/3/06)เป็นวันที่คนสองคนมีความสุขที่สุดเลยก็ว่าได้ ความสุขของเค้าสามารถทำให้คนอื่นๆที่เห็นยิ้มและมีความสุขไปตามๆกัน สองคนนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน อาจารย์ที่เคารพรักของพวกเราเอง พี่แจ๊คกะพี่อ้น พี่ๆทั้งสองที่ไม่ได้เป็นแค่อาจารย์แต่เป็นทั้งเพื่อน พี่ ที่ปรึกษา และอื่นๆอีกมากมาย แต่ที่สำคัญเป็นคู่รักที่หวานทุกกระเบียดนิ้ว หวานแบบว่ามดคงขนลุก อิอิ งานแต่งงานก็น่ารักเจ้าสาวก้อสวยเจ้าบ่าวก้อหล่อ โอ๊ยยยยยย มันน่าร้ากกกกกกกกกกกจนเกินจะบรรยาย :) ผู้ชายแบบพี่แจ็คจะยังมีเหลืออยู่มั้ยหรือจะเป็น null ไปซะแล้ว พี่แจ็คกะพี่อ้นเหมาะกันเหมือนกิ่งทองใบหยก เหมือนดอกไม้กะใบไม้ เอชักจะยังไง ภาษาไทยเรายิ่งแข็งแรงอยู่ พอดีกว่าเด๋วมันจะแปร่งๆเอา เอาเป็นว่าเค้ารักกันมากๆแล้วกันแล้วเราก็ขอให้เค้าทั้งคู่รักกันแบบนี้ตลอดไป เอ้า CheerS..เฮ้อน่ารักจัง อีกรอบ แหะๆ
    ขอมอบเพลงนี้ให้ทั้งคู่

    เพลง : บอกรัก
    ศิลปิน : ปั่น ไพบูลย์ เกียรติเขียวแก้ว

    ทุกครั้งที่ฉันสับสน ค้นหาว่าชีวิตคืออะไร
    ค้นลึกไปในความหมาย ว่าอะไรที่ชีวิตฉันนั้นต้องการ

    เธอนั้นเองคือคำตอบ ที่ค้นหามาเนิ่นนาน
    สิ่งเดียวที่ต้องการ ก็คือการได้อยู่คู่กับเธอ

    แค่มีคนอย่างนี้สักคน มาอยู่คู่กัน ฉันรู้ว่าตัวฉันไม่ต้องการใครๆ
    สุดแผ่นดินแผ่นฟ้าที่กว้างใหญ่ จะมีคนมากมาย เพียงเธอผู้เดียวเพียงพอ

    และแม้ว่าเธอสับสน เหลียวหาใครสักคนที่เข้าใจ
    และแม้ว่าเธอหวั่นไหว ไม่เจอใครที่เธอได้ค้นหามานาน

    ตัวฉันขอเป็นคำตอบ หากแม้ว่าเธอต้องการ
    โปรดมองฉันให้นาน ว่าเธอจะต้องการบ้างมั้ย

    แค่มีคนอย่างฉัน และเธอมาอยู่คู่กัน ฉันรู้ว่าตัวฉันไม่ต้องการใครๆ
    สุดแผ่นดินแผ่นฟ้าที่กว้างใหญ่ จะมีคนมากมาย เพียงเราสองคนเพียงพอ
     
    March 05

    36th

    Well...long time no c na ja all my dear friends. This is quite an exhausted  moment coz everyone is crazy about final exam and some Senior Project. My angel side says I should study/work harder to achieve the best result while my devil side told me "Chill Chill...sit back and relax!!! 555 And as all of you know me, I trusted the devil of course:P Final examinations are not yet over but I didn't prepare for the coming up subject yet....HOW LAZY YOU ARE -- U_U--- !! Heheeh .. might be too late to say that "Good luck for your exam na everyone... help yourself out with all your obstacles lol " I'm hoping to see more visitors after this thrilling period passed by na ja ! Luv all of u  sooooo much :)
    February 14

    35th

    Happy Valentine's Day & here are some msg...(from my inbox)

    นิยามรักขำขำ

     

    รัก.......... แท้..เป็น..................ตำนาน
    รัก..... สิ้นลมปราน..เป็น.......บทประพันธ์

    รัก.......... ไม่แปรผัน..เป็น.........นิยาย
    รัก.......... จนวันตาย..เป็น.........นิทาน

    รัก.......... ตลอดกาล..เป็น.........ละคร
    รัก..... อยู่ทุกตอน..เป็น.........ละครน้ำเน่า

    รัก.......... ไม่เคยเก่า..เป็น.........จริงช่วงแรก
    รัก.......... ในความแปลก..เป็น....คำฮิต

    รัก.......... ด้วยชีวิต..เป็น...........ลิเก
    รัก.......... ไม่โลเล..เป็น.............ความฝัน

    รัก.......... เธอนิรันด์..เป็น..........ชื่อเพลง
    รัก.......... นะตัวเอง..เป็น...........เด็กอมมือ

    รัก.......... ซื่อสัตย์..เป็น.............คำลวง
    รัก.......... หมดทรวง..เป็น..........คำติดปาก

    รัก.......... เธอมาก..เป็น.............คำฮอต
    รัก...เดียวตลอด..เป็น........ไปไม่ได้!!!!! 

     

    รักตัวเองให้เป็นก่อนนะจ้ะก่อนที่จะไปรักคนอื่น

    January 02

    34th

     

    สวัสดีปีใหม่จ้าเพื่อนๆทู้กคน ช่วงนี้ก้อจะสอบกันแล้ว *หรือบางคนอาจสอบไปแล้ว* ไงก้อขอให้ get A กันนะ วันนี้มาเขียนซะหน่อยแบบว่าเพิ่งกลับจากไปเที่ยวปีใหม่ที่หัวหินกะครอบครัวและญาติๆมา *เจียมบอดี้มากๆสอบวันที่ 4 เพิ่งกลับมาวันนี้ =_= แต่ไม่เป็นไรนานๆจะได้เที่ยวที แอบเหนื่อยหน่อยเที่ยวคราวนี้เพระที่พักอันแสนจะถูก คิดดูดิคืนหละ 150 บาท ห้องใหญ่ คืน 200 จะให้ดีเหมือนที่พัก5ดาวได้อย่างไร เหอๆ ที่พักติดชายหาดและวังไกลกังวลทว่าหาดตรงนั้นไม่เหมาะกะการเล่นน้ำ ดีนะว่าสระว่ายน้ำสวยใสเลยพอถูไถไปได้บ้างในวันแรกที่ยังมะได้ไปหาด พอคืนวันที่ 31 พวกเรากะจะไปจุดพลุกันเองเพระซื้อมาซะเยอะแยะ ทั้งโอ่ง ทั่งพลุสารพัดแบบ แต่ปรากฎว่าจุดไม่ได้เพราะอยู่ในเขตวังไกลกังวล *รู้ได้งายว่าท่านมะอยากดูพลุอะ อาจอยากดูก้อได้นะ เหอะๆ* พวกเราเลยต้องแบกพลุขึ้นรถขับไปชายหาดแถวเขาตะเกียบ ตอนแรกก็แอบเหนื่อยแต่พอได้เห็นพลุเป็นร้อยๆอัน รวมทั้งโคมลอย ที่อภินันทนาการจากโรงแรมแถวๆชายหาดที่พวกเราไปเนียนเล่นพลุกัน ซึ่งล้วนแต่เป็นโรงแรม hiso เช่น Hyatt, Dusit, ชีวาศรม และอีกมากมาย :P ก้อหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง พลุสวยมากๆๆๆๆๆๆๆๆ แถมยังมีมินิ concert ริมหาดของโรงแรม Hyatt ให้ได้แอบดิ้นเล็กๆอีก และยังมี screen ใหญ่บึ้มขึ้นเวลานับถอยหลัง โอ้วเนียนกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว เน้นนโยบายถูกและดีจิงๆ 555 แต่ตอนก่อนเที่ยงคืนที่พวกเราเล่นพลุกันเองในกลุ่มก็มีแขกโรงแรมแถวนั้นมาเมียงมอง*ในความสวยของพลุหรือความบ้าของพวกเราอันนี้มิอาจทราบได้* แอบขำตอนที่โรงแรมจุดพลุเพราะพอพลุสวยๆอันใหญ่ๆจุดปุ๊บก้อจะกรี้สกร้าสกัน*เหมือนไม่เคยเห็น อิอิ* ตอนมื้อเย็นพวกเราก็ไปซื้ออาหารทะเลสดๆจากสะพานปลาแถวที่พักมากันกัน มีกุ้งยักษ์กะปูม้าและอีกมากมาย ตบท้ายด้วยการเดินจากที่พักไป night bazaar ไปกินติม swensens อืมมมมสุดจะเลิศ อิอิ คืนแรกของการ count down และ enjoy eating หมดไป อ่อแต่ก่อนไป countdown มีเล่นจับฉลากและเกมส์นิดหน่อยเช่นเก้าอี้ดนตรีกะยืนบน นสพ. แอบได้เงินรางวัลจากการชนะเก้าอี้ดนตรีมานิดหน่อย สงสัยตูดใหญ่เบียดชาวบ้านกระเด็น 5555เข้าวันที่ 2 ตอนเที่ยงก้อขับรถไปไหว้พระขอพรวันปีใหม่ที่หลวงปู่ทวด(เหยียบน้ำทะเลจืด)องค์ใหญ่ที่สุดในโลก(เค้าว่ากันว่างั้น)ในหัวหินพอไหว้พระเสร็จก็ไปเนียนแถวชายหาดเขาตะเกียบจุดเดียวกะที่จุดพลุเล่นกันเมื่อคืนเพื่อเล่นทะเลกัน อิอิ ลงไปชิมน้ำเค็มได้ประมาณชั่วโมงนึงเพระคลื่นไม่ค่อยแรงไม่ซาดิสท์พอเลยมานั่งเล่นทรายกะน้องๆ น้องๆเราก้อหัว create กันมาก ปั้นไรไม่ปั้นดันปั้นรูปหน้าอก มีพี่ๆเดินหาอุปกรณ์เช่นกิ่งไม้มาเป็นสายยกทรงกะเปลือกหอยตกแต่ง =_=เอากันเข้าไป พวกผู้ใหญ่ที่นั่งดูแอบเกิดอาการขำเลยชักชวนไปเล่นสระน้ำ(สระน้ำของโรงแรมที่เคยพักหลายเดือนก่อนนะไม่ได้มาพักคราวนี้เล้ย .... เนียนมากมาย) สระที่นี่ใหญ่มากกกก แบบว่าเริ่มต้นสระจากห้องแรกต่อไปเรื่อยๆจนถึงห้องสุดท้ายยาวมากกกกกกก ว่ายเล่นเหนื่อยแต่สนุกไม่เป็นไร :P และด้วยความทีว่ายเพลินต้องรีบไปกินข้าวเย็นที่ร้านอาหารทะเลที่จองไว้เลยต้องเปลี่ยนเสื้อผ้าบนรถ โอ้ยสุดแสนจะลำบากลำบนไหนจะระแวงยามจับได้ว่าเนียนเล่นไหนจะกลัวชาวบ้านเห็น เหอะๆ สุดจะลุ้นและระแวง  แต่มันก็ผ่านไปได้ด้วยดีนะ วันสุดท้ายๆสุดก็ตื่นมาเดินไปสะพานปลาไปซื้อ seafood มาอีกด้วยเค้าบอกกันว่ากินให้มันเบื่อกันไปเลย แป่วว มื้อนี้มีปลาทูสดๆทำต้มยำ กุ้งและปูยังยืนพื้นอยู่เหมือนเดิม อิ่มโคดๆกินจนรู้สึกเหมือนจะมีหนวดไม่ก็ครีบไม่ก็ก้ามขึ้น แต่ที่ขึ้นแน่ๆนี่น่าจะเป็นน้ำหนักนะเราว่า ~o~ แต่ตอนนี้เราง่วงและเหนื่อยจังเลยเพิ่งกลับมาได้ไม่นาน พรุ่งนี้ต้องอ่านหนังสือสอบแล้ววววว เด๋วจะพลาดเอา ไว้เราสติสตังดีก่านี้เมื่อไรห่จะมาเพิ่มเติมนะจ้ะ สวัสดีปีจออีกครั้ง ขอให้เพื่อนๆทุกคนสุขสมหวังนะ จุ๊บๆ

    ...