U-Maraj's profile.:lll:...@u...:lll:.PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
.:lll:...@u...:lll:.(つ¯ ³¯)つ *WeLCoMe To MY SPaCe* o(¯ ~¯ o)
September 29 53rdกี้สสส มีคนอ่านด้วยอะ ดีใจสุดๆเลยเหมี่ยว ลืมไปแล้วเนี่ยว่ามี space ห้าๆๆ ตอบคำถามเหมี่ยวก่อนพล่ามนะ
อะแน่นอน เรื่องเที่ยวนี่เราไม่พลาดอยู่แล้ว ห้าๆ ไปเอาวันสุดท้าย(พุทธสถานอะนะ)
ตอนแรกเราก็แพลนกันสวยๆเหมือนจะไป taj mahal แต่ทว่า อยู่ไกลกันคนหละมุมอินเดีย เลยพับโครงการไป เราเป็น หาด Goa แทน ไม่รู้เล่าไปยัง นานแล้ว ถ้าเล่าแล้วก็เล่าอีก เพื่อนๆก็อ่านซ้ำกันหน่อย ไม่เป็นไร พอดีมีหยุดยาวสามวัน เราและเดอะแก๊งก็ได้ไปเสาะหาที่เที่ยวมาได้มีนามว่า หาด GOA เป็น most famous beach in India แม่เจ้า มันจะสวยขนาดไหนกันเชียวฟระจากสายตาคนไทยแบบเรา แต่ทว่า ประเด็นแรกคือ ไปยังไงหว่า มีกันอยู่ 8คน จะนั่งรถทัวร์ไปหรือจะเหมาไปดี ทีนี้แถว dorm ที่พักก็จะมีร้านเนต(เนต 56 K...ไหนใครบอกมันเป็น IT HUB ฟระ) ร้านโชห่วย (ที่แปลว่าของดีไม่ขายๆแต่ของห่วยๆอะ) บริษัททัวร์ (อย่าๆ อย่าจินตนาการไปไกล ให้ imagine ภาพของห้องแถว เล็กๆมีสอง-สามชั้น เป็นพัดลม) พวกเราก็ไปเดินกะเหรี่ยงๆกันแถวนั้น เตร็ดไปเตร่มา ก็มีเจ๊คนนึงเป็นเจ้าของห้องบริษัททัวร์น่านแหละ มันก็บอกมันมีรถให้เหมาคัน คันใหญ่ นั่งได้สบ๊ายๆ8คน โน่นนั่นนี่ สนนราคาก็ไม่แย่เพราะเหมาเอา หรือถ้าเกินก็คิดเป็นกิโลๆไป เราก็เชื่อเนาะ เชื่อแขก ก็ตกลงไรเสร็จสรรพกลับบ้านนอนสบายใจ ตะด๊า มาถึงเย็นวันที่จะออกเดินทาง โอ้วววแม่เจ้า นี่หรือรถใหญ่ของมัน ที่มันบอกว่าเป็นรุ่น sumo รถยี่ห้อ TATA มันขนาดประมาณ CRV อะ แล้วให้เรานั่ง 8 คน ชิชะ ตัวไม่ได้เล็กนะ คิดสภาพตัวประมาณเราเงี้ย 4 คน อีก 4 คนตัวประมาณมี่กะเหมี่ยว นั่งรถคืนนึงอะ แต่ก็นะ ทำอะไรไม่ได้เพระมันก็ยืนยันว่านั่งได้ๆๆ สบายๆๆๆๆๆ ป่อยยยย เอาวะ โดนหลอกไป 1 ดอก แต่ยังงงงก่อน อย่าคิดว่าจะได้เดินทางง่ายๆ ไม่ง่ายขนาดนั้น ด้วยจำนวนคนแล้วทำให้กระเป๋าพวกเราต้องระเห็จไปอยู่บนหลังคารถ แต่ทว่า ตาคนขับเค้าก็ทำให้นะ เอาไปวางเรียงๆๆๆๆซ้อนๆกัน เสร็จมันก็จะออกเลยเว้ยเฮ้ย เชือกเชิกก็ไม่รัด แล้วกระเป๋ามันจะไปถึงกะเราด้วยมั้ยเนี่ย แอบๆดูใหม่มันมีเชือกเหมือนกันนะ แต่ยาวฟุตนึงรัดใบบนสุดสองใบไว้ด้วยกัน โหยย logic ไหนวะเนี่ย อีกหกใบด้านล่างมันจะฟังคำสั่งของสองใบบนว่า เฮ้ยยย เกาะข้าไว้ๆเหรอไงอะ พอถามไป อีตาคนขับก็ฟังภาษาอังกฤษไม่ค่อยจะออกอีก พวกเราก็เลยวิ่งไปร้านโชห่วย ซื้อเชือกมาให้มันสองเส้น เหลืองกะแดง(หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเชือกมันจะไม่ทะเลาะกันเนาะ) ก็รัดๆเสร็จคราวนี้ถึงเวลา เรียงตัวขึ้นบนรถ เพราะมันง่ายที่ไหนอะ หน้า 1 คน ตอนกลาง 3คน และหลังสุด 4 คน (อีตอนหลังนี่ทอร่า(มาน)ได้อีกอะ) ให้นึกถึงรถกระป๊อแถวมหาลัยเราไว้ หรือรถสองแถวก็ได้อะ นั่งหันหน้าชนกันอะ ก็เลยตกลงกันว่าจะผลัดเปลี่ยนเวียนที่นั่งเอาตอนแวะเติมน้ำมันไรงี้ ระหว่างทางเราไม่บรรยายอะไรมาก เอาประโยคเดียวสั้นๆ....คนขับหลับในหว่ะ ไม่รู้จะขำหรือจะร้องไห้ดีงานนี้ตรู ทางไปก็เป็นเขาๆ เหวๆ แคบๆ วิ่งสวนกันสองเลนงี้ พระพุทธเจ้าค่า อุมารัจน์ยังไม่มีแม้แต่แควน อย่าเพิ่งเอาหนูไปเลย แต่ระหว่างทางจะมีเพื่อนกระเทยคนนึงคอยกรี๊ดปลุกคนขับตลอดเวลา เพื่อนอีคนที่นั่งหน้าก็ทำหน้าทีได้ดีมากโดยการหลับมันด้วยเลย พอมันตื่นมันก็คอยๆตบแขนคนขับ อีนี่ยู ตื่นๆๆๆๆ ตัดตอนมาเป็นตอนที่ไปถึงเลยเนาะ ทะเลๆๆๆๆๆๆกี้สๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ หลังชีวิตอันรันทดในเมือง pune ตอนเทรนนิ่งแล้ว เราก็ได้มาทะเล แต่ ไม่มีใครเล่นทะเลนะ เพราะพอไปถึงภาพที่เห็น ทำให้เราประทับใจจนไม่รู้ลืมกับชุดเล่นทะเลคนอินเดีย เว้ยเฮ้ยยยยยยยยย แม่เจ้า ญ ใส่ส่าหรี ชายใส่ ยีนส์ขายาวกะเชิ้ต dress code ลงทะเลของแขกนี่มันกล้วยทอดมากหวะ แล้วใคร๊จะไปกล้าลง พวกแกลองนึกภาพตามนะ ลงไปเล่นๆๆๆ กัน เสร็จ แอร๊ยยยยย อะไรเกาะขาตรูอะ แป่ววววว ปลายส่าหรีของแม่นางนี่เอง เลยสรุปว่าตรูเล่นทรายดีก่า 555 ในหาดทรายบ้านเรามีปูลมชิมิ อินเดียมีแมลง อะไรไม่รู้หวะ คล้ายๆ mini แมงดา พวกเราก็จับกันมาใส่ขวดไว้ เอากลับไปดู ...เพื่ออะไรไม่รู้ บาปได้อีก เพราะรุ่งขึ้นมันเด๊ดสะมอเร่ อะ เหอะๆ แต่ที่ชอบที่สุดของการไปเที่ยวครั้งนี้คือ คือ คือ อะไร เพื่อนๆเดาดิ๊ หน้าแบบเรา หุ่นแบบเรา ประทับใจกะอะไรมากสุด เฉลย ของกิน 555555555555 เมืองนี้มันเหมือนเมืองท่องเที่ยวเพราะงั้นมันมีเนื้อสัตว์ ซู้ดยอดมาก ได้กินเสต้ก ฝรั่งเศสทอดๆ เบอเกอร์ ไส้กรอก ฟินนาเล่ มั่กมากอะ อาหารประทับใจจ็อจ หลังจากทนกินมังสวิรัตอินเดียกะข้าวไข่เจียวมาเกือบเดือน แล้วก็ไปเที่ยวโบสถ์ ถ่ายรูป อะไรเงี้ย ไม่มีไรมากมาย ถ่ายรูปๆๆๆ กินๆๆ อาบแดด กินลมทะเลไรงี้ วันนี้เท่านี้ก่อน หัวเริ่มตัน หรืออีกนัยนึง หิวข้าวเที่ยง 555 July 05 52ndหายไปนาน ไม่รุ้จะมีใครมาอ่านอะไรอีกรึเปล่า อิอิ ที่ทำงานใหม่ห้ามเล่นอะไรพวกนี้ ซึ่งก้อดี มากเรื่องมากความ เล่นมากก้อจะโดนโรคจิตประทุสร้าย ออนไลน์ Happy belated 4th of July ละกันทู้กๆคน September 11 51stเพื่อนๆเคยเจอมั้ย กับเหตุการณ์ที่อยู่ดีๆก็มีคนมามึนตึงใส่โดยไม่รู้ตัว แล้วการที่เราไม่รู้สาเหตุ เก็บมาคิดมาถามตัวเองแต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่รู้ และเมื่อเราไม่สบายใจ ปรึกษาครอบครัว ทีนี้ด้วยความที่แม่พาเครียดด้วยก็ดันโทรไปถามเพื่อนอีกคน ว่าที่เราไม่สบายใจพอจะรู้มั้ยว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่ทีนี้เรื่องมันบานปลายใหญ่โต กลับกลายเป็นว่าคนที่แต่แรกก็มึนตึงกะเราอยู่แล้วเข้าใจเราผิดกันไปใหญ่ เราไม่เคยไปโทษเค้าเราแค่ไม่เข้าใจว่าเค้าเป็นอะไร พอเราถามเค้าๆกลับบอกให้เรามาถามตัวเองว่าไปเราทำอะไรกับใครไว้ อ้าว กลายเป็นอย่างงั้นไป สถานการณ์ เหตุการแบบนี้มันอึดอัดนะ เมื่อพยายามจะอธิบายอะไรไปแต่อีกฝ่ายไม่ฟังยังคงยึดติดกับความคิดที่ว่า เราไปโทษเค้า สาบานได้เลยว่าไม่เคยคิดแบบนั้น แต่เราไม่รู้ว่าการที่สื่อสารกันหลายๆฝ่ายมันก่อให้เกิดความไม่เข้าใจ คำพูดอาจบิดเบือนหรือทำให้เข้าใจไปอีกทางนึง เราเคยรู้สึกนะว่าการอธิบายหรือพูดกันตรงๆมันน่าจะดีขึ้น แต่ทว่าการพยายามยื่งดูไม่เป็นผล เราไปอ่านเจอเค้าบอกว่า " Never explain yourself to any one... because the person who likes you doesn't need it, and the person who dislikes you won't believe it." พอมาเจอเข้ากับตัวก็เลยรู้สึกว่ามันเป็นแบบนั้นจริงๆด้วยสินะ บางทีถ้าคนเราไม่มีความรู้สึกเลยก็ดีสินะ จะได้ไม่ต้องมารู้สึกอะไรแบบนี้ มันอึดอัดมากๆเลยแฮะ ก็ได้แต่หวังว่าซักวันนึงอะไรๆมันน่าจะดีขึ้น May 30 50thมาแล้ว หลังจากหายไปนานนม ไม่ได้อัพนานม๊ากมาก มีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมาย ทั้งดีไม่ดี แต่ส่วนมากมักจะเป็นอย่างหลังแฮะ *_* เซงจิต หลังจากที่กลับมาจากอินเดียได้สิริเวลาประมาณ 2 เดือนแล้นนั้น กว่างานจะลงตัว เอ...ตอนนี้ก้อดูเหมือนจะยังไม่ค่อยลงตัวแต่ก้อดีกว่าตอนแรกหละฟระ ณ บัดนาว เราก็ยังคงมิมีคอมพิวเตอร์(ของที่ทำงาน)ส่วนตัว ก็ยังคงต่อคิวกันใช้ บ้างก็แบกมาเอง เพื่องานเพื่อเงินเพื่ออนาคตและจะเพื่ออะไรก็สุดแล้วแต่เวรแต่กรรม มะวานนี้เองที่เราจมปลักอยู่กะความเครียด...เครียดกะความผิดของตัวเอง...เหอๆ เอาเป็นว่ามันผ่านไปแล้วและเราแก้ไขอะไรมันไม่ได้ เคลียร์แล้วก็จบกันไป นะคับพี่น้องคับ สู้กลับมาตั้งใจทำงานดีก่า งานที่ยังลุ่มๆดอนๆของเรา เอิ้กๆ เออมะวานที่ออฟฟิศที่ central world ไฟไหม้ด้วยแหละ เหตุเกิดจากอะไรมิอาจทราบได้รุ้แต่ควันโขมงเชียว วันนี้แว่วๆจากเพื่อนที่ไปที่นั่นอีกว่ามีคนตกตึก อะไรกันเนี่ยยยย อ่อลืมบอกไปวันนี้มาออกไซต์ลูกค้าที่ถนนตก...ถนนอะตกส่วนเราอะดวงตก กั่กๆๆ บ่นอีกละ บ่นไรเยอะแยะฟระเนี่ยตรู ม่ายเป็นไรๆ ฮึดสู้ๆเด๋วอะไรๆมันก็ดีขึ้นเอง เราคิดว่างั้นนะ
ณ จุดนี้มาเม้วให้เพื่อนๆฟังที่เราไปอินเดียมาดีก่า เอิ้กๆ เราไปมาประมาณเกือบ 2 เดือนนะไปเมือง pune(ปูเน่)อยู่ใกล้ๆกะมุมไบ อินเดียอย่างแรกที่จะบอกคือ ไม่ไปไม่รุ้ จิงๆนะจ้ะ สร้างความประทับใจแต่แรกด้วยสายการบิน indian airlines ด้วยเบาะที่พนักพิงเอนลงด้วยตัวเอง ภาษาชาวบ้านเรียกเจ๊งอะค่า อยู่ๆมันก็เอนลงปายเอง ให้แอร์มาว่าเล่นซะงั้น เหอะๆ อาหารมื้อแรกในเครื่องที่เจอ อุ๊ย แอบดูดี อารมณ์ข้าวหมกไก่ คิดในใจไปอยู่โน่นรอดแล้วๆ แต่ทว่ามันดูดีเพียงบนเครื่องเท่านั้นเองหงะ ฮือๆ พอลงมุมไบปุ๊บเราก้อนั่งรถบัสที่ไม่มีแอร์ปุเรงๆไปค้างคืนที่ รร.3ดาว ที่มีอาหารเช้าที่แอบน่ากัว เหอๆ จากนั้นเราก้อนั่งรถคันเดิมอะ เพื่อซึมซับบรรยากาศ ประมาณ 5 ชั่วโมง ฟังเสียงแตรรถที่เค้านิยมบีบกันแทบทุกๆ 3 วินาที ไม่รุ้บีบทำติ่งไรหงะ ทักทายมั้ง ฮาโหล บี๊บๆ ไรงี้ เหอะๆ พอไปถึงเราก้อหลงวนกันในปูเน่อีกประมาณ ชั่วโมงนึงเอง นิดเดียวจิงๆ เหอะๆ พี่คนขับแกคงหวังให้เราดูรอบๆเมืองก่อนอะ และแล้วเราก้อถึงตึกบริษัท เย้ๆ เพื่อรอเค้าพาไปที่พักที่เค้าบอกว่ามัน fully furnished อะ ฟูลลี่ เฟอนิชของอินเดีประกอบไปด้วย โต๊ะ เก้าอี้ เตียงไม้บางๆ 555 เปนไงเราบอกแล้ว อินเดียไม่ไปไม่รุ้ ยู้ฮู กะออพชั่นเสริมเช่น แอร์ ตู้เย็น เนต โทรศัพท์ ทั้งหมดนี้ ม่ายมีเลยค่า อ่อ มี TV ให้นะค้าแต่ไม่มีสายค่า เอามาตั้งโชว์คร่า เหอะๆ หลังอยู่กันไปเดือนนึง เราถึงได้ดู TV มีตู้เย็น และโทร.มาใช้กันนะค้า เหอๆ ส่วนเนตนั้นเราก้อเดินออกไปใช้บริการเนตคาเฟ่ด้วยอัตราชั่วโมงละ 15-20 รูปีหงะ SURVIVOR มะ หุๆ อะมาเม้วเรื่องอาหาร อาหารนั้นส่วนมากเป็น veg เพระคนที่นี่ประมาณ 90 %เป็น veg อะ เนิ้อสัตว์ที่หาได้ง่ายสุดแล้วคือไก่ ซึ่งรับประกันความสดเวลาซื้อด้วยการเชือดให้เห็นกันสดๆ เวลาเทรนงานนั้นเราต้องกินข้าวเที่ยงในบริษัทซึ่งก้อเป็นอาหารแขกและเป็น veg ด้วย แรกๆพวกเราก้อรับไม่ได้ก้อพากันไปกิน sandwich ไก่ที่มีบูธตั้งขายอยู่ กินกันไปได้2อาทิตย์เริ่มรุ้สึกว่าหน้าเป็น 3เหลี่ยมเลยทดลองอาหารแขกเป็นถาดๆดู เช่น แกงกะหรี่ไข่ต้ม ผักชุบแป้งทอดราดซอส นี่เป็นเพียง2อย่างเท่านั้นที่พวกเราพอกินกันได้ นอกนั้นอาหารประเภทอื่นดูจากหน้าตาแล้วกระเดือกไม่ลงจิงๆอะเหมือนอวก เหมือนแกงส้มปั่น อะไรประมาณนั้น อ่อมีอีกอย่างที่กินได้คือ ข้าวไข่เจียว โฮะๆๆ ของอร่อยก็มีนะตามร้านอาหารอะ เค้าเรียกว่า chicken tandoori เป็นไก่อบในโอ่งหงะ หร่อยดี กะพวกโรตี นาน สารพัดแผ่นแป้งเค้าอะไว้กินกะแกงกะหรี่ จบเรื่องกินมาเป็นเรื่องโกง ไว้มาเขียนต่อคราหน้าเน่อ มะงั้นยาวเว่อ อิอิ จุ้บๆ คิดถึงเพื่อนๆทู้กคนนะจ้ะ March 28 49thAT LAST I'M HOME !!! AFTER A WHILE (BIG WHILE) SPENT IN PUNE, INDIA DOING MY TECHNICAL / BEHAVIORAL JOB TRAINING .... AFTER SUFFERING FROM INDIAN FOODS AND ALL THAT JAZZ 5555 FINALLY...AM BACK WHOOPIEEEE.... WILL WRITE MORE LATER WHEN I HAVE A MOOD TO :P |
|||||
|
|